รีวิว PORSCHE 911 Carrera เอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ

สำหรับตัวเลข 911 ของปอร์เช่ นับว่าเป็นรหัสร้อนที่เหล่าสาวกและคนรักรถยนต์ทั่วไปใฝ่ฝันถึงกันมาอย่างยาวนาน แม้จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวรถตามเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกล แต่ในเรื่องของเอกลักษณ์และรูปทรง ก็ยังคงไว้ในแบบตำนานที่มีการสืบสานกันมาอย่างต่อเนื่อง

การออกแบบรูปโฉมภายนอกยังคงไว้ซึ่งรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบท้ายลาด แม้จะมีการปรับปรุงทั้งในเรื่องของขนาดตัวถังที่ใหญ่โตขึ้น ทันสมัยมากขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แบบเดิม ซึ่งนับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว เฉพาะค่าย ที่ยังน่าหลงใหลตามแบบฉบับของปอร์เช่

เส้นสายบนตัวถังไม่ได้มีความฉาบฉวย หรือโฉบเฉี่ยว เหมือนรถแนวซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ทั่วไป แต่ยังคงไว้ด้วยความเนียนแบบโค้งมนที่พร้อมจะลื่นไหลแหวกม่านอากาศในทุกช่วงของความเร็ว แม้โดยรวมจะไม่ได้โฉบเฉี่ยวล้ำยุคเหมือนพวกซูเปอร์คาร์จากค่ายอื่นๆ โดยเฉพาะค่ายที่มาจากประเทศอิตาลี แต่เมื่อลองพิจารณาให้ดี ก็จะพบกับความลงตัวแบบคลาสสิก ที่พร้อมจะให้ความทรงคุณค่าไปกับกาลเวลา ซึ่งแม้จะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังชวนให้ลุ่มหลงแบบไม่เสื่อมคลาย

ก้าวเข้าสู่ภายในของห้องโดยสารกับการออกแบบที่ไม่ได้ทิ้งกลิ่นอายในรูปแบบดั้งเดิม แต่ก็ได้มีการผสมผสานความล้ำสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืนและลงตัว ใครที่ได้อยู่ภายในห้องโดยสารของ 911 คาร์เรร่า ก็ยังสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของความเป็นรถยนต์แบบมีสไตล์ แต่อาจจะไม่ถูกใจสำหรับคนที่ชื่นชอบค็อกพิทที่ให้อารมณ์แบบเครื่องบินหรือยานอวกาศที่ล้ำยุค ล้ำสมัย และน่าตื่นตาตื่นใจซะเท่าไหร่

การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เป็นเรื่องง่าย เรือนไมล์ มาตรวัดต่างๆ ก็ดูง่ายสบายตา โดยรถคันนี้เป็นแบบสี่ที่นั่ง แต่เบาะหลังก็ควรจะเป็นพื้นที่สำหรับเด็กเล็ก เนื่องจากในส่วนของเฮดรูมนั้นเตี้ยมาก (ตามรูปทรงของตัวรถ) แต่จริงๆ แล้วคนที่ใช้รถแบบนี้ก็คงใช้พื้นที่ในส่วนของเบาะหลังไว้สำหรับวางของ เอกสาร หรือกระเป๋าถือส่วนตัวเท่านั้น เพราะถ้าจะมีบุคคลที่สามร่วมเดินทางไปด้วย ก็คงจะต้องเปลี่ยนเอารถคันอื่นที่สะดวกสบายกว่านี้ออกมาอย่างแน่นอน

หัวใจหลักของพลังแห่งการขับเคลื่อนกับเครื่องยนต์เบนซินแบบบ๊อกเซอร์ขนาด 3.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบอัดอากาศเพิ่มพลังอย่าง ‘ไบ-เทอร์โบ’ ที่ช่วยผลิตกำลังให้มีมากถึง 370 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร โดยส่งกำลังสู่ล้อคู่หลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ PDK 7 สปีด หรือถ้าใครยังลุ่มหลงในการสับเกียร์เองก็มีเกียร์ธรรมดาแบบ 7 สปีดให้เลือกอยู่เหมือนกัน แต่ขอบอกก่อนว่าตามสเปคโรงงาน เกียร์ธรรมดาจะทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ช้ากว่าเกียร์แบบ PDK อยู่ 0.2 วินาที แต่ความเร็วปลายจะทำได้มากกว่านิดนึง (2 กม./ชม.)

สำหรับการขับขี่ใช้งานจริงในรูปแบบคนเมือง นับว่า 911 คาร์เรร่า ให้ความคล่องตัวในการผจญภัยกับการจราจรในเมืองได้สูง ขนาดตัวรถที่ไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก กระจกมองข้างที่ไม่ได้ยื่นยืดยาวออกไปมากมาย ทำให้ไม่ต้องระแวงภัยจากเหล่าสองล้อจอมมุดซะเท่าไหร่ การกะระยะในการเปลี่ยนช่องทางก็ไม่เป็นปัญหาแม้ว่าคนที่อยู่หลังพวงมาลัยจะเป็นคุณสุภาพสตรีก็ตาม

พลังในการขับเคลื่อนมีมาให้อย่างหายห่วง ในการออกตัวถ้าคุณใจร้อนเท้าหนัก แล้วกดคันเร่งมิดพื้น คุณก็จะพบว่าภายในช่วงเวลาหายใจเข้าออกเพียง 2-3 ครั้ง เมื่อมองดูที่เข็มวัดความเร็วมันก็จะกวาดขึ้นไปที่ระดับเกินกว่า 100 กม./ชม. โดยมาพร้อมกับแรงดึงอันมหาศาล ซึ่งระดับความเร็วจะเกินร้อยไปเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาความยาวในการหายใจของแต่ละบุคคล

อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งทำได้อย่างรวดเร็ว แรงดึงแบบหลังติดเบาะอาจจะทำให้คนนั่งข้างตกใจ ถ้าเค้ายังไม่ทันตั้งตัวรับสถานการณ์ ส่วนการขับขี่แบบปกติตามการจราจรที่แน่นหนา ก็สามารถทำได้เพียงแค่แตะคันเร่งเบาๆ สลับกับการใช้เบรก ซึ่งไม่ได้เป็นความยากลำบากในการขับขี่สำหรับใครที่ต้องการนำมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน มันคอนโทรลได้ง่ายไม่ต่างกับรถปกติทั่วไป แต่ถ้ามีจังหวะแล้วคุณต้องการใช้พละกำลังที่มี ก็เพียงแค่กดคันเร่งให้ลึก เพียงแค่นี้… อารมณ์ที่มีก็จะเปลี่ยนไป

ระบบช่วงล่างสำหรับการใช้งานในเมืองก็จะเป็นแนวแข็งและมีความกระด้างพอประมาณ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยังให้ความสบายในการขับขี่อยู่ แต่อย่าไปคาดหวังว่ามันจะนิ่มสบายเหมือนรถเก๋งซาลูนขนาดกลางจากฝั่งญี่ปุ่นนะ….. (ลืมความคิดแบบนั้นไปได้เลย)

หลังจากลองใช้งานกันในเมืองไปแล้ว ก็ต้องลองในรูปแบบการเดินไกลกันบ้าง จะได้ครบรูปแบบและจะได้แชร์ประสบการณ์ความรู้สึกได้แบบครอบคลุมการใช้งาน สำหรับการเดินทางไกลนั่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ เพราะพละกำลังที่รออยู่ที่ปลายคันเร่งนั้นพร้อมรับใช้ในทุกสถานการณ์ การเร่งแซงรถช้าที่มักชอบวิ่งแช่อยู่ด้านขวาทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เติมแรงกดที่คันเร่งเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าบางครั้งอยากดึงกำลังออกมาใช้แบบเต็มๆ ก็เพียงแค่กดคันเร่งให้มิด แล้วจากนั้นเพียงแค่ช่วงอึดใจรถคันอื่นๆ หรือสิ่งที่อยู่รอบข้างก็ถูกทิ้งไว้เป็นเพียงเบื้องหลัง และถ้าคุณยังไม่ยอมยกเท้าออกจากคันเร่ง บรรยากาศของวิวที่ด้านข้างก็จะถูกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนคุณต้องรีบเตือนตัวเองให้ยกเท้าขวาออกมา แล้วเหลือบดูเข็มวัดความเร็ว แล้วจากนั้นก็ควรพยายามลดความเร็วในการเดินเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดต่อไป

ในส่วนของสมรรถนะของเครื่องยนต์และเกียร์นั้นสอบผ่านแบบเกรดเอตามความรู้สึกส่วนตัว แต่ในส่วนของช่วงล่างถ้าคุณเป็นคนช่างสังเกต คุณก็จะจับอาการได้ว่ามีอาการหน้าเบาท้ายหนักให้รู้สึกอยู่ ซึ่งเมื่อคุณจับอาการได้แล้วก็ต้องรู้จักวิธีในการควบคุม โดยเฉพาะคนที่ชอบโยนเปลี่ยนเลนแบบโหดๆ ที่ความเร็วสูงนั้นควรจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ แต่ถ้าคุณเอาไปขับในสนามหรือสถานที่ปิด คุณจะชอบในความสนุกและความดิบที่พบ รวมถึงการขับขี่ที่ทำให้อาการออก แล้วคุณก็จะมีความสุขกับวิธีการแก้อาการแนวนี้ แต่สำหรับถนนสาธารณะที่มีคนส่วนรวมจำนวนมากใช้ร่วมกันอยู่ คุณจะต้องระมัดระวังกับวิธีการขับขี่ให้มากเป็นพิเศษ (ถ้าคุณชอบโยนเปลี่ยนเลนแบบแรงๆ)

แต่สำหรับการขับขี่แบบปกติทั่วไปคุณสามารถมั่นใจได้ในทุกช่วงความเร็ว พวงมาลัยมีความเฉียบคมสมสไตล์ตัวรถ ถึงจะมีน้ำหนักที่มากซะนิดแต่ก็ให้ความมั่นใจที่ดี ส่วนระบบเบรกนั้นหายห่วง มั่นใจในการใช้งานได้ในทุกช่วงความเร็ว ไม่ว่าจะขับคลานๆ หรือว่าจะใช้ความเร็วที่สูง

หากให้สรุปเกี่ยวกับปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า คันนี้ ก็อยากจะบอกว่าตกหลุมรักตั้งแต่เมื่อแรกเห็นกับรูปทรงการออกแบบในสไตล์นี้ สมรรถนะการขับขี่โดดเด่นในเรื่องของพละกำลัง อัตราเร่งดีงามตามความต้องการ ระบบช่วงล่างมั่นใจได้ในการใช้งานเพราะมากับระบบความปลอดภัยแบบไฮเทคที่จะคอยช่วยเหลือในการขับขี่ แต่โดยส่วนตัวยังไม่เต็มร้อยกับการตอบสนองของการเซ็ตติ้งอารมณ์นี้เท่าไหร่

ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารมีมาให้สัมผัส นั่งสบายไม่อึดอัด การเข้าออกรถก็ทำได้อย่างไม่ลำบาก อุปกรณ์ภายในมีมาให้อย่างเพียบพร้อม สามารถนำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันแบบทุกวัน โดยไม่ต้องคิดเยอะหรือกังวลในการเลือกสถานที่หรือเส้นทางก่อนนำออกมาใช้งาน

ถ้าราคาระดับ 8 หลักไม่ใช่ปัญหาในเลือกซื้อรถยนต์ ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า ก็น่าจะเป็นคำตอบสำหรับคนที่ชอบรถยนต์สมรรถนะสูง มีความเพียบพร้อมในทุกด้าน และที่สำคัญกับความเป็นเอกลักษณ์ที่จะสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างชัดเจน

1,225 total views, 3 views today